ถนนคนเดินริมน้ำชี วิถีไทย วิถีญ้อ
- Suriyanon Pholsim

- Nov 2
- 1 min read
Updated: Nov 2
ในฐานะอาจารย์ผู้สอนรายวิชา "นโยบายสาธารณะและการประเมินผลนโยบาย" สิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดคือการได้เห็นผลงานของนักศึกษาที่สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ทางทฤษฎีเข้ากับการปฏิบัติจริง ในแต่ละปีการศึกษาจะมีโครงการบางชิ้นที่โดดเด่นเหนือความคาดหมาย มีคุณภาพสูงทั้งในเชิงวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ จนได้รับการรับรองตามมาตรฐาน "Suri Standard" ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องหมายยกย่องและเชิดชูนักศึกษาสำหรับผลงานต้นแบบที่ผสมผสานศาสตร์และศิลป์แห่งการวิเคราะห์นโยบายได้อย่างยอดเยี่ยม
ในปีการศึกษา 1/2568 นี้ หนึ่งในผลงานที่ได้รับคัดเลือก คือ "โครงการถนนคนเดินร่มน้ำชี วิถีไทย วิถีญ้อ ยกระดับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว" ซึ่งเป็นผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 กลุ่มเพนกวินรักแมว รายงานฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อเสนอที่สมบูรณ์ แต่ยังเต็มไปด้วยจิตวิญญาณและความเข้าใจในชุมชนอย่างแท้จริง บทความนี้ผมจะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังความสำเร็จ ว่าเหตุใดโครงการนี้จึงคู่ควรแก่การเป็นต้นแบบรายงานการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะจากมือนักศึกษา ตามแบบฉบับ "Suri Standard"
แต่ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดในรายงานเล่มนี้ เรามาดู Content ของนักศึกษากลุ่มนี้กันก่อนดีกว่าครับ... ทรงคืออยู่...
ทีมงานนักแสดง โดย...

ณ ริมฝั่งแม่น้ำชีอันอุดมสมบูรณ์ในจังหวัดมหาสารคาม คือที่ตั้งของชุมชน "ชาวไทญ้อ" แห่งตำบลท่าขอนยาง กลุ่มชาติพันธุ์ผู้มีอัตลักษณ์อันโดดเด่นและมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เรื่องราวของพวกเขาคือตำนานแห่งการเดินทาง การตั้งถิ่นฐาน และการธำรงรักษาจิตวิญญาณของบรรพบุรุษเอาไว้ ท่ามกลางกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลง

จุดเริ่มต้นของนโยบายที่ดีคือการเลือกพื้นที่ศึกษาที่เหมาะสมและมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นอาจมองข้าม ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้ได้แสดงให้เห็นถึงสายตาที่แหลมคมในการเลือก เทศบาลตำบลท่าขอนยาง จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่เป้าหมาย โดยให้เหตุผลที่หนักแน่นและมีวิสัยทัศน์ ดังที่ปรากฏในคำนำของรายงานว่า
ทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ พื้นที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งไม่เพียงแต่มีประชากรแฝงจำนวนมาก แต่ยังเป็นตลาดเป้าหมายที่ชัดเจนของกลุ่มนักศึกษาและบุคลากรที่มีกำลังซื้อและมีความสนใจในกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม
หัวใจแห่งวิถีชีวิต มีแม่น้ำชีไหลผ่าน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำ แต่เป็นรากฐานของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชน
สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม เป็นที่อยู่อาศัยของชุมชน "ไทญ้อ" ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
การเลือกใช้กลยุทธ์เชิงรุก (S+O STRATEGY) ณ จุดนี้ แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะทางนโยบายที่น่าชื่นชม เพราะเป็นการมองข้ามการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ที่มีอยู่ ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน

2. การวิเคราะห์ที่ลุ่มลึก ดุจดั่งเอกลักษณ์ของนักวิชาการตัวจริง
หัวใจที่ทำให้ข้อเสนอโครงการนี้มีความหนักแน่นและน่าเชื่อถือ คือการวิเคราะห์ข้อมูลที่ละเอียดถี่ถ้วนและรอบด้าน นักศึกษาได้แสดงให้เห็นถึงทักษะของนักวิชาการตัวจริงในการรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลจากหลากหลายมิติได้อย่างเป็นระบบ โดยข้อมูลสำคัญที่ถูกนำมาใช้เป็นฐานในการออกแบบนโยบาย เช่น ข้อมูลเชิงกายภาพ ข้อมูลประชากร ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ ข้อมูลเชิงวัฒนธรรม ฯลฯ การวิเคราะห์ข้อมูลที่ครอบคลุมนี้เองที่ทำให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงสินทรัพย์ทางกายภาพ (พื้นที่เกษตรกรรม 72.4%) เข้ากับโอกาสทางเศรษฐกิจ (ผลิตภัณฑ์ชุมชน) และผนวกรากฐานทางประวัติศาสตร์ (การอพยพของชาวไทญ้อ) เข้ากับอัตลักษณ์ของโครงการได้อย่างลงตัว ยิ่งไปกว่านั้น การนำเครื่องมือวิเคราะห์สมัยใหม่อย่าง STEEPI Analysis และ SWOT Analysis มาประยุกต์ใช้ ทำให้สามารถระบุ "Pain Point" ที่ชัดเจน เช่น ปัญหาวัฒนธรรมท้องถิ่นถูกกลืนกิน (Pain Point: S) หรือการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ที่ยังล้าหลัง (Pain Point: T) ได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาข้อเสนอที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด

3. จากแนวคิดสู่ความจริง คือการมีแผนงานที่จับต้องได้และเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา
จุดเด่นที่สุดของรายงานฉบับนี้ คือความสามารถในการแปลงผลการวิเคราะห์อันซับซ้อนให้กลายเป็นแผนงานที่สร้างสรรค์ เป็นรูปธรรม และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ข้อเสนอโครงการไม่ได้หยุดอยู่แค่แนวคิดลอย ๆ แต่ได้ลงลึกในรายละเอียดที่จับต้องได้ ดังนี้
(1) แผนพัฒนาระยะสั้น 3 โครงการหลัก นักศึกษาวางแผนการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอนผ่าน 3 โครงการย่อย ได้แก่ 1. โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณริมแม่น้ำชี 2. โครงการจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับถนนคนเดิน 3. โครงการถนนคนเดินร่มน้ำชีฯ (โครงการหลัก)
(2) ปฏิทินกิจกรรมตลอดปี สิ่งที่ยกระดับข้อเสนอนี้เหนือกว่าโครงการทั่วไปคือการออกแบบปฏิทินกิจกรรมรายเดือน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการสร้างความผูกพันกับผู้มาเยือนอย่างต่อเนื่องและรับประกันความมีชีวิตชีวาของโครงการตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่จัดแล้วจบไป ตัวอย่างธีมงานที่น่าสนใจ เช่น เดือนมกราคม ธีมวันเด็ก "เสริมสร้างความสุขและจินตนาการให้เด็กไทย" เดือนเมษายน ธีมวันสงกรานต์ "ย้อนวิถีไทย สงกรานต์ไทญ้อ" เดือนตุลาคม ธีมวันออกพรรษา "แสงแห่งศรัทธา ไหลเรือไฟไทญ้อ" เดือนธันวาคม ธีมวันคริสต์มาส "ตลาดแห่งความสุขในคืนคริสต์มาส"
(3) มาสคอต "ท้าวเฮ้า" สุดสร้างสรรค์ นับเป็นมุมมองที่เฉียบคมในการนำ "ตำนานท้าวเฮ้า" จระเข้แสนรู้ มาต่อยอดเป็นมาสคอตสุดน่ารักที่สวมใส่ "ผ้าขิดลายวงเดือน" ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างการจดจำและเป็นจุดเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยว นับเป็นการผสมผสานเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมเข้ากับการตลาดสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว และใช้เทคโนโลยี Ai ที่มีได้อย่างเป็นประโยชน์


4. การวัดผลแห่งความสำเร็จที่สะท้อน ความมุ่งมั่นและรับผิดชอบ
คุณสมบัติที่สำคัญของนักนโยบายที่ดี คือการมองไปข้างหน้าและวางแผนการประเมินผลอย่างรัดกุม ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้ไม่ได้ละเลยในประเด็นดังกล่าว นักศึกษากลุ่มนี้ได้ออกแบบแนวทางการประเมินผลที่ชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการจะบรรลุเป้าหมายและสร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
กำหนดตัวชี้วัด (KPIs) ที่ชัดเจน มีการตั้งเป้าหมายเชิงปริมาณที่วัดผลได้ เช่น ประชากรมาใช้บริการไม่ต่ำกว่าครั้งละ 25,000 คน และประชาชนในพื้นที่มีรายได้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากรายได้เดิม ร้อยละ 50
การวิเคราะห์ความคุ้มค่า (Cost-Benefit Analysis - CBA) จากการวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ นักศึกษาได้ข้อสรุปว่าโครงการนี้ "มีความคุ้มค่าในการลงทุนสูง" โดยมีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C Ratio) มากกว่า 1 ซึ่งเป็นการยืนยันความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์
การรับฟังเสียงจากชุมชน รายงานได้อ้างอิง "เสียงจากชุมชน คนท่าขอนยาง" เพื่อยืนยันว่าโครงการนี้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการของผู้สูงอายุในพื้นที่ ที่สะท้อนผ่านคำพูดของ "แม่" ท่านหนึ่งว่าปรารถนาให้มีตลาดใกล้บ้านเพื่อเป็นแหล่งสร้างรายได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่คือนโยบายที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจชุมชน ไม่ใช่การคิดจากบนลงล่าง

โดยสรุปแล้ว "โครงการถนนคนเดินร่มน้ำชี วิถีไทย วิถีญ้อ" เป็นมากกว่ารายงานเพื่อส่งในชั้นเรียน แต่มันคือข้อเสนอเชิงนโยบายที่สมบูรณ์แบบ มีทั้งศาสตร์และศิลป์ เป็นต้นแบบที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักศึกษารุ่นต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพของเนื้อหาและแนวทางการออกแบบ นำเสนอ และจัดการเนื้อหาในรายงาน ทำให้รายงานฉบับนี้ผ่านมาตรฐาน "Suri Standard" ได้อย่างสมภาคภูมิ
ในฐานะอาจารย์ ผมขอชื่นชมนักศึกษากลุ่ม เพนกวินรักแมว สำหรับความทุ่มเทและความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีคุณภาพเช่นนี้ จะได้รับการพิจารณาจากเทศบาลตำบลท่าขอนยางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนาให้เกิดขึ้นจริง และสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
รูปภาพ































































Comments