top of page

สืบวิถีป่า ศรัทธาปู่ สู่คนรุ่นใหม่: ผลงาน Top of the Best 2026 ที่ฟังเสียงผืนป่า

การได้เห็นนักศึกษาทุ่มเทและสร้างสรรค์ผลงานที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่า "รายงานส่งอาจารย์" เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นความภูมิใจของคนเป็นครูเสมอครับ วันนี้ขอหยิบยกผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ได้รับรางวัล "Top of the Best" จากกลุ่มนักศึกษาที่ชื่อว่า "เพนกวินเดินป่า" มาเล่าสู่กันฟัง กับผลงานที่มีชื่อว่า "สืบวิถีป่า ศรัทธาปุ่ สู่คนรุ่นใหม่" ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ศึกษาป่าชุมชนดอนเจ้าปู่ บ้านกุดดุก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ผลงานภายใต้รายวิชาการจัดการปกครองแบบร่วมมือ หรือภาคีภิบาล 1/2569 โดยมี อ.บีท เป็นผู้รับผิดชอบรายวิชา

ป่าที่เคยถูกตัด กลายเป็นป่าที่ถูกรักษา

ในอดีต ป่าดอนเจ้าปู่ที่บ้านกุดดุก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เคยเป็นแหล่งตัดไม้ทำหมอนรางรถไฟและฟืนให้หัวรถจักรไอน้ำ แต่ชาวบ้านที่อพยพหนีโรคระบาดมาตั้งรกรากเลือกกันพื้นที่ส่วนหนึ่งเอาไว้ เพราะเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของ “ผีปู่ผีย่า”.... วันนี้ ป่า 156 ไร่เศษผืนนั้นได้ชื่อว่าเป็น “ป่าที่กินได้ทุกตารางนิ้ว” มีพืชและของป่ากว่า 360 ชนิด ไม่มีไฟป่ามานานนับสิบปี และเคยได้รับโล่พระราชทานประเภทป่าชุมชนดีเยี่ยมด้านแหล่งอาหารสมบูรณ์

คำถามคือ อะไรทำให้ป่าที่เคยถูกตัด กลายเป็นป่าที่คนทั้งหมู่บ้านช่วยกันรักษา?

นักศึกษา 14 คนจากกลุ่ม “เพนกวินเดินป่า” COPA KKU ลงพื้นที่ไปหาคำตอบ และกลับมาพร้อมรายงาน “สืบวิถีป่า ศรัทธาปู่ สู่คนรุ่นใหม่” ผลงานที่คว้ารางวัล Top of the Best ประจำรายวิชาภาคีภิบาล 1/ 2569 ในฐานะอาจารย์ผู้สอน ผู้เขียนอ่านเล่มนี้จบแล้วอยากเล่าต่อ ด้วยเหตุผลสี่ข้อ


เหตุผลที่ 1: ถามคำถามที่ถูก และตามมันจนสุดทาง

กลุ่มนี้วิชาการแน่น แต่ย่อยง่ายและนำไปใช้ได้จริง การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ให้ครบไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้ทุกเครื่องมือชี้ไปที่คำตอบเดียวกันนั้นยากกว่ามาก กลุ่มนี้ใช้เครื่องมือถึง 9 ชุด ตั้งแต่ SWOT และ VRIO ไปจนถึงแผนผังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและตารางความเสี่ยง แต่ทุกชุดพาไปถึงข้อสรุปเดียวกัน

อนาคตของป่าผืนนี้ ขึ้นอยู่กับว่าคนรุ่นใหม่จะรับไม้ต่อหรือไม่

ชุมชนเป็นสังคมสูงวัย คนหนุ่มสาวมีส่วนร่วมน้อย และเมื่อให้คะแนนความเสี่ยง ข้อที่หนักที่สุดก็คือการมีส่วนร่วมที่อาจหายไปตามยุคสมัย คำว่า “สู่คนรุ่นใหม่” ในชื่อเรื่องจึงไม่ใช่คำสวย แต่คือข้อค้นพบของทั้งเล่ม

“ผู้คุมป่า” ที่มองไม่เห็น

ข้อค้นพบที่จารย์อ่านแล้วชอบที่สุดคือ ป่านี้มี “ผู้คุม” สองชุดทำงานคู่กัน ชุดแรกคือคณะกรรมการป่าชุมชนตามกฎหมาย ชุดที่สองคือความเชื่อเรื่องผีปู่ผีย่า กับ “พ่อจ้ำ” ผู้นำพิธีกรรม ซึ่งชาวบ้านคัดเลือกด้วยการเอารายชื่อใส่ไหไปวางไว้ที่ศาล ทุกครอบครัวต้องมาร่วมพิธีเลี้ยงศาลปีละสองครั้ง พิธีกรรมจึงเป็นทั้งเครื่องยึดใจ และเวทีที่คนทั้งหมู่บ้านได้มาเจอกัน นักศึกษาพบว่าความเชื่อนี้ช่วยยับยั้งการบุกรุกป่าได้ โดยไม่ต้องพึ่งกฎหมายเพียงอย่างเดียว

กติกาของที่นี่ก็เกิดจากปัญหาจริง เช่น ขุดกลอยได้ แต่ต้องกลบดินคืน เมื่อมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน ก็คุยกันแบบ “พี่เป็นน้อง” ก่อนจะไปถึงกฎหมาย นักศึกษาสรุปไว้อย่างคมว่า ความร่วมมือที่สำเร็จ “ไม่จำเป็นต้องอาศัยเพียงโครงสร้างการบริหารแบบทางการเท่านั้น”

นี่คือบทเรียนเดียวกับที่ เอลินอร์ ออสตรอม นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ใช้เวลาหลายสิบปีศึกษา นั่นคือชุมชนดูแลทรัพยากรร่วมได้ดี เมื่อกติกาเกิดจากคนในพื้นที่เอง และนักศึกษากลุ่มนี้ไปค้นพบมันด้วยตัวเองที่บ้านกุดดุก


เหตุผลที่ 2:  การลงพื้นที่จริงและสปิริตการทำงานเป็นทีม

งานชิ้นนี้เต็มไปด้วย "จิตวิญญาณ" ของการลงพื้นที่และการทำงานร่วมกับชุมชน กลุ่มเพนกวินเดินป่าลงไปคลุกคลีกับชาวบ้าน สัมภาษณ์และเก็บข้อมูลจากผู้นำชุมชนอย่างผู้ใหญ่บ้านณรงค์ สีพุทธา พ่อจ้ำยัญต์ แก้วนนเฮ้า และเจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) อย่างเจาะลึก ทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่อย่างเข้มข้นและสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเป็นทีมได้อย่างสามัคคี ตลอดจน ผลงานที่ได้จากการลงพื้นที่สามารถถอดบทเรียนความเชื่อเรื่อง "ผีปู่ ผีย่า" และประเพณีท้องถิ่นที่หลอมรวมเข้ากับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของงานนักศึกษา


เหตุผลท ี่ 3: คอนเทนท์ที่ผลิตอย่างมืออาชีพ

นักศึกษากลุ่มนี้สามารถออกแบบและผลิตคอนเทนท์เพื่อเผยแพร่ผลงานของกลุ่มเพื่อสื่อสารไปยังสาธารณะได้อย่างมืออาชีพ มีการเผยแพร่สื่อสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของกรณีศึกษาออกมาได้หลายมิติ หลายมุมมอง พร้อมทั้งมีการถอดบทเรียนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำกิจกรรมกลุ่มถ่ายทอดผ่านสื่อ ดังนั้น จึงเป็นกลุ่มที่สามารถทำคอนเทนท์ออกมาได้หลายรูปแบบเพื่อดึงดูความสนใจของคน... นี่คือตัวอย่างบางส่วน

เหตุผลที่ 4: เล่าเรื่องได้สวย และสวยอย่างมีเหตุผล

เปิดหน้าแรกมา คุณจะเห็นแสงแดดลอดแนวไม้ลงบนทางเดินในป่า กับชื่อเรื่องสีทอง หน้าตาแบบนี้ไม่ค่อยเหมือนรายงานวิชาการ แต่เหมือนนิตยสารสารคดีมากกว่า และความรู้สึกนั้นอยู่กับเราไปจนหน้าสุดท้าย

อ่านเล่มนี้จะลืมภาพรายงานวิชาการหนาเตอะที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือไปได้เลยครับ เพราะการเรียบเรียงเนื้อหาและการออกแบบรูปเล่มทำออกมาได้สวยงาม ดึงดูดสายตา และอ่านเพลินเหมือนกำลังเปิดอ่านนิตยสารชั้นนำ มีการใช้ภาพประกอบ อินโฟกราฟิก และการจัดวาง Layout ที่ช่วยเสริมให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่ซับซ้อนสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ภาษาสละสลวย การจัดหน้ากระดาษและองค์ประกอบศิลป์แสดงให้เห็นถึงทักษะการสื่อสารที่ครบเครื่องและใส่ใจในทุกรายละเอียด

การออกแบบที่ดีไม่ได้มีไว้อวด แต่มีไว้พาคนอ่านไปจนจบ และเล่มนี้ทำได้ ทั้งที่มีเนื้อหาวิเคราะห์กว่าร้อยหน้า

ส่งท้าย

ชื่อกลุ่ม “เพนกวินเดินป่า” ฟังดูขี้เล่น แต่ผลงานที่ออกมา "ไม่ได้มาเล่น ๆ นะครับ" นักศึกษาเข้าไปในป่าดอนเจ้าปู่ในฐานะผู้เรียน ไม่ใช่ผู้รู้ และนั่นคงเป็นเหตุผลที่ชาวบ้านและภาคีเครือข่ายยินดีทำงานร่วมเป็นอย่างดี... รางวัล Top of the Best จึงไม่ได้มอบให้เพราะเล่มสวยที่สุด หรือใช้เครื่องมือมากที่สุดเท่านั้น แต่เพราะงานชิ้นนี้ทำให้เห็นว่าภาคีภิบาลในชีวิตจริงประกอบด้วยกฎหมายและศรัทธา หน่วยงานและผู้คน คนรุ่นก่อนและคนรุ่นใหม่ และนักศึกษาเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างมืออาชีพ

ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาทุกคน และขอขอบคุณชุมชนบ้านกุดดุก คณะกรรมการป่าชุมชนดอนเจ้าปู่ และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากของจริง

สมาชิกกลุ่มเพนกวินเดินป่า

นางสาวอรวรา มีปากดี · นายอิทธิศักดิ์ อยู่งาน · นางสาวเพ็ญพิชชา เมืองพิล · นายกิตตินันท์ สมีแจ้ง · นางสาวธนียา ธนาจิตภิรมย์ · นายธีรภัทร แว่นเรืองรอง · นางสาวปิยวรรณ พลทะกลาง · นายภานุภัท วรกิจภูวงษ์ · นางสาวภาวินี พลังเดชฤทธิไกร · นายภูวนัย อินทร์คำน้อย · นายวินิจ นิจำปา · นางสาวศิริราช สุวรรณกุศล · นางสาวสุพิชฌาย์ สุดสาคร · นางสาวอารยา แสงฟ้า

รายงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง


ภาพที่เกี่ยวข้อง


Comments


© 2035 by Suriyanon Pholsim

bottom of page